เกลืออูมามิ
เติมอูมามิซอลต์เมื่ออาหารจานนั้นรสชาติดีแต่ยังขาดความกลมกล่อม ขาดความเข้มข้นแบบเนื้อๆ ที่ร้านอาหารมี เป็นซอลต์ปรุงรสที่ช่วยเพิ่มความอร่อย: เกลือทะเลผสมเห็ดชิตาเกะและกระเทียมดำหมักเก่า สองส่วนผสมที่พ่อครัวใช้เพื่อเพิ่มความลึกและความเต็มปาก เติมลงบนผักย่าง เนื้อปิ้ง ไข่ดาว คนในซุป น้ำสต็อก หรือซอสกระทะ หรือโรยบนป๊อปคอร์น ข้าว และเส้นบัตเตอร์เพื่อเพิ่มรสชาติทันที
อูมามิคือรสชาติกลมกล่อมแบบเนื้อๆ ที่ได้จากน้ำปลาหรือน้ำซุปเห็ดเข้มข้น ที่นี่มาจากวัตถุดิบจริง: เห็ดชิตาเกะแห้งให้ความหอมดินๆ แบบเห็ด และกระเทียมดำหมักช้าเพิ่มความหวานนุ่มละมุน ผสมเป็นชุดเล็กๆ เพื่อให้กลิ่นหอมคงอยู่ ปลายนิ้วเดียวก็ให้รสชาติเหมือนเคี่ยวมานาน เพิ่มความเข้มข้นโดยไม่มีรสใดโดดเด่นเกินไป
บรรจุสดใหม่เป็นชุดเล็กๆ ในพอร์ตแลนด์
ส่วนผสม: เกลือทะเล เห็ดชิตาเกะ กระเทียมดำ ไม่มีสารปรุงแต่ง ไม่มีสารกันเสีย ปราศจากกลูเตนและมังสวิรัติโดยธรรมชาติ
รสชาติของอูมามิซอลต์จริงๆ เป็นอย่างไร?
ส่วนใหญ่จะเค็มเหมือนเกลือ แต่มีความลึกแบบเนื้อๆ กลมกล่อมซ่อนอยู่ด้านล่าง เห็ดชิตาเกะให้กลิ่นเห็ดดินๆ และกระเทียมดำให้ความหวานนุ่มละมุน ผลโดยรวมคือความเข้มข้นแบบอูมามิ ไม่ใช่รสใดรสหนึ่งที่โดดเด่นเกินไป
ต่างจากเกลือธรรมดาหรือผงชูรสอย่างไร?
เกลือธรรมดาแค่ปรุงรสเค็ม แต่อันนี้เพิ่มความกลมกล่อมผ่านวัตถุดิบจริง: เห็ดชิตาเกะแห้งและกระเทียมดำหมักเก่า ไม่ใช่สารปรุงแต่งเดี่ยว ผลลัพธ์คือรสชาติที่กลมกล่อมและมีมิติมากกว่าเกลือเพียงอย่างเดียว
ควรใช้เมื่อไหร่และปริมาณเท่าไหร่?
ใช้เป็นตัวปิดท้ายหรือตัวเพิ่มรสชาติ ทีละหยิบมือ โรยบนอาหารตอนเสิร์ฟ หรือคนในซุปหรือซอสช่วงท้าย เพราะความเข้มข้นจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น เริ่มจากน้อยแล้วชิม โดยเฉพาะในจานที่มีความเค็มอยู่แล้ว
อาหารประเภทไหนได้ประโยชน์มากที่สุด?
อะไรก็ตามที่อยากให้รสชาติเข้มข้นแบบเนื้อๆ หรือดูสมบูรณ์ขึ้น: ผักย่าง เนื้อปิ้ง ไข่ดาว ซุปใส ซอสกระทะ และแป้งง่ายๆ อย่างข้าว ป๊อปคอร์น และเส้นบัตเตอร์ ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้อาหารที่ดูจืดชืดได้อย่างรวดเร็ว
เป็นมังสวิรัติไหม ถึงจะมีรสชาติเข้มข้นแบบเนื้อ?
ใช่ ความเข้มข้นแบบเนื้อมาจากเห็ดชิตาเกะและกระเทียมดำ ไม่ได้มาจากส่วนผสมจากสัตว์ ดังนั้นซอลต์นี้เป็นพืชล้วนแต่ยังให้ความลึกแบบอูมามิได้เต็มที่